คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ พร้อมภาคีเครือข่าย เปิดตัวนวัตกรรม “DMIND Application” สำหรับคัดกรองผู้ที่มีภาวะซึมเศร้า

 คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ พร้อมภาคีเครือข่าย  เปิดตัวนวัตกรรม “DMIND Application”  สำหรับคัดกรองผู้ที่มีภาวะซึมเศร้า

คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ พร้อมภาคีเครือข่าย เปิดตัวนวัตกรรม “DMIND Application” สำหรับคัดกรองผู้ที่มีภาวะซึมเศร้า

รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ คณบดี คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ พร้อมด้วย พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข พญ.วิมลรัตน์ วันเพ็ญ ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ นายชาติวุฒิ วังวล ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงสุขภาพ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) อ.ดร.ศันธยา กิตติโกวิท ผู้ช่วยอธิการบดีด้านนวัตกรรม จุฬาฯ รศ.พญ.โสฬพัทธ์ เหมรัญช์โรจน์ ผู้ช่วยคณบดีด้านนวัตกรรมการศึกษาและสารสนเทศ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ศ.ดร.อนงค์นาฏ สมหวังธนโรจน์ รองคณบดีฝ่ายวิจัย คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ และ รศ.ดร.พีรพล เวทีกูล อาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ร่วมกันแถลงข่าวเปิดตัวนวัตกรรม DMIND Application สำหรับคัดกรองผู้ที่มีภาวะซึมเศร้า แอปพลิเคชันที่ช่วยให้ประชาชน สามารถประเมินความเสี่ยงของภาวะซึมเศร้าจากลักษณะการแสดงออกทางหน้าตา น้ำเสียง และข้อความ เพื่อประเมินภาวะซึมเศร้าเบื้องต้นให้บุคคลทั่วไปหรือผู้ป่วยโรคซึมเศร้าได้อย่างอัตโนมัติ และมีความถูกต้อง แม่นยำ ช่วยลดขั้นตอนในการวินิจฉัยของแพทย์ โดยมี คุณเตชินท์ พลอยเพชร (ดีเจมะตูม) เข้าร่วมงาน และ ผศ.ดร.ณัฐวุฒิ หนูไพโรจน์ ผู้อำนวยการศูนย์ปัญญาประดิษฐ์เพื่องานวิศวกรรม เป็นผู้ดําเนินรายการภายในงาน เมื่อเวลา 12.00 น. ณ ห้องเธียเตอร์ อาคารหอสมุด คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ

โรคซึมเศร้า เป็นโรคหนึ่งทางจิตเวชที่เกิดจากความเครียดของปัญหารอบด้าน เช่น ภาวะเศรษฐกิจ โรคระบาดการแข่งขันในสังคม รวมถึงปัจจัยทางชีวภาพและกรรมพันธุ์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ป่วยที่เป็นโรคซึมเศร้ากว่า 300 ล้านคนทั่วโลก และกว่า 1.5 ล้านคนในประเทศไทย อีกทั้งยังเป็นเพชฌฆาตเงียบที่คร่าชีวิตคนไทยถึงปีละ 4,000 ราย และเป็นสาเหตุของการพยายามฆ่าตัวตายถึงปีละ 53,000 ราย หากไม่ได้รับการคัดกรองที่เหมาะสม อาจก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพในระยะยาว เสี่ยงต่อการทำร้ายตัวเอง หรือฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้น ซึ่งการป้องกันความรุนแรงของโรคและยับยั้งการฆ่าตัวตายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนถือเป็นสิ่งสำคัญ แต่ระบบการเข้าถึงบริการทางจิตเวชในประเทศไทยยังมีข้อจำกัด เนื่องด้วยทัศนคติด้านลบต่อโรคทางจิตเวชที่สร้างความรู้สึกเป็นตราบาปในการเข้ารับการรักษาโรค ความสะดวกในการเข้าถึงบริการ และจำนวนบุคลากรทางสุขภาพจิตที่ยังไม่เพียงพอต่อผู้เข้ารับบริการ หนึ่งในแนวทางการป้องกันความรุนแรงของโรค คือการตรวจคัดกรองโรคตั้งแต่ขั้นต้น (screening and early detection) ซึ่งถือเป็นสิ่งที่จัดการได้ง่ายกว่า หากสามารถตรวจพบปัญหาหรือสาเหตุของปัญหา ด้วยการใช้เครื่องมือที่มีความน่าเชื่อถือ ปัจจุบันประเทศไทยมีเครื่องมือคัดกรองภาวะซึมเศร้าที่ทางบุคคลากรทางการแพทย์ใช้อยู่มากมาย แต่ยังมีจำกัดการใช้งานเฉพาะในโรงพยาบาลหรือสถานบริการระดับปฐมภูมิ โดยผู้ประเมินคือจิตแพทย์และบุคลากรทางสุขภาพจิตที่ผ่านการอบรมเท่านั้น

ปัจจุบันการพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence; AI) กำลังมีบทบาททางการแพทย์มากขึ้น ทั้งในแง่การตรวจคัดกรอง การประเมินความเสี่ยงและความรุนแรงต่อการเป็นโรค การส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ การวิเคราะห์ภาพรังสีทางการแพทย์ การวินิจฉัย และการรักษา สำหรับโรคทางจิตเวช เริ่มมีการใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ในการทำนายโรคมากขึ้น โดยใช้ข้อมูลจากคุณลักษณะการแสดงออกผ่านใบหน้าและน้ำเสียงของบุคคล ซึ่งมีลักษณะจำเพาะแตกต่างกันตามอาการ เช่น ความเจ็บปวด ความเครียด อารมณ์ที่แตกต่าง หรือแม้แต่ภาวะซึมเศร้า รวมทั้งพบว่าระบบจะมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นในการสร้างแบบจำลองทางประสาทวิทยา เนื่องจากสามารถทำนายพยาธิสรีรวิทยา ซึ่งฝังอยู่ภายใต้พลวัตทางสังคม (social dynamics) ที่ซับซ้อนและมีผลต่อความผิดปกติทางจิต

คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ได้เล็งเห็นโอกาสจากการใช้ประโยชน์ในเทคโนโลยีดังกล่าว เพื่อช่วยเหลือประชาชนให้เข้าถึงการรักษาโรคทางจิตเวชเพิ่มขึ้น จึงได้ร่วมมือกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ พร้อมด้วย สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ ภายใต้กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกันพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่สามารถสัมภาษณ์อาการจากการตอบคำถามผ่านใบหน้า น้ำเสียง และข้อความ โดยใช้แนวทางการสัมภาษณ์จากแบบคัดกรองที่มีวิธีการตรวจมาตรฐาน เพื่อประเมินภาวะซึมเศร้าเบื้องต้นให้บุคคลทั่วไปหรือผู้ป่วยโรคซึมเศร้าได้อย่างอัตโนมัติและมีความถูกต้องแม่นยำ ช่วยลดขั้นตอนในการวินิจฉัยของแพทย์ อีกทั้งยังสามารถเข้าถึงการคัดกรองอาการได้อย่างสะดวกในรูปแบบแอปพลิเคชัน ชื่อว่า DMIND” ระบบปัญญาประดิษฐ์ เพื่อประเมินภาวะซึมเศร้า Detection and Monitoring Intelligence Network for Depression

โดยประชาชนสามารถเข้าถึง DMIND Application ได้ทาง https://bit.ly/DMIND_3 (หรือสแกน QR Code ตามรูปแนบ) นอกจากนี้ DMIND Application ยังเชื่อมต่อกับช่องทางการสื่อสารของหมอพร้อม ได้แก่ LINE Official Account และ Facebook ซึ่งสามารถเข้าใช้บริการได้ผ่านขั้นตอน ดังนี้

  1. เข้าแอปพลิเคชัน Line หมอพร้อม กดลิงก์เพื่อเพิ่มเพื่อน https://bit.ly/2Pl42qo
  2. เลือกเมนู “คุยกับหมอพร้อม (Chatbot)”
  3. เลือกเมนู “ตรวจสุขภาพใจ”
  4. เริ่มทำแบบทดสอบ

ประชาชนสามารถประเมินความเสี่ยงของภาวะซึมเศร้าจากลักษณะการแสดงออกทางหน้าตา น้ำเสียง (Voice feature) และการตอบคำถามจากข้อความคุณลักษณะเฉพาะ (Text feature) ทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการประเมินด้านสุขภาพจิตและค้นหาผู้ที่มีภาวะอารมณ์ซึมเศร้าได้อย่างรวดเร็ว เมื่อประชาชนได้ใช้งานแอปพลิเคชันดังกล่าวแล้ว จะมีการแสดงผลใน 3 ระดับ ได้แก่ ระดับปกติ (สีเขียว) ระดับกลาง (สีเหลือง) และระดับรุนแรง (สีแดง) หากประชาชนได้ระดับสีเขียว ทางแอปพลิเคชันจะแนะนำข้อมูลการดูแลสุขภาพจิตโดยทั่วไป หากได้สีเหลือง ทางศูนย์สุขภาพจิตเขต 1-13 ภายใต้กรมสุขภาพจิตทั่วประเทศ จะติดตามเคสในพื้นที่ และหากได้สีแดงซึ่งมีความเสี่ยงรุนแรง ทีมสายด่วนสุขภาพจิต 1323 จะรับหน้าที่ติดตามอาการ เพื่อประเมินสุขภาพจิต สำรวจปัญหา พิจารณาหาแนวทางในการแก้ปัญหาร่วมกัน ทำให้ผู้ที่มีข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพจิตสามารถเข้าถึงบริการและการประเมินด้านสุขภาพจิตได้มากขึ้น เกิดระบบบริการรูปแบบใหม่ในการส่งต่อผู้รับบริการที่มีความเสี่ยงภาวะซึมเศร้าให้ได้รับการรักษาแบบ Fast Track กับผู้เชี่ยวชาญโดยตรง

นอกจากนี้ ยังช่วยลดขั้นตอนจากการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ให้รวดเร็วขึ้น ดังนั้น การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ จะช่วยทำให้การให้บริการรักษาด้านสุขภาพจิตมีศักยภาพที่ดีขึ้น ทั้งในด้านของการรักษา การประเมินอาการ การเฝ้าระวัง การติดตาม และการช่วยป้องกันสภาวะสุขภาพจิตที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยสามารถเข้าใช้ แอปพลิเคชัน DMIND ได้ตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน 2565 เป็นต้นไป หากมีปัญหาสุขภาพจิตใจสามารถติดต่อได้ที่ สายด่วนสุขภาพจิต โทร. 1323

Share