แสนสิริเร่งเครื่อง “พรีคาสท์” รุก B2B ตั้งเป้า 200 ล้าน ปักหมุด New Growth Engine รับตลาดก่อสร้าง 1.41 ล้านล้าน

 แสนสิริเร่งเครื่อง “พรีคาสท์” รุก B2B ตั้งเป้า 200 ล้าน ปักหมุด New Growth Engine รับตลาดก่อสร้าง 1.41 ล้านล้าน

แสนสิริเร่งเครื่อง “พรีคาสท์” รุก B2B ตั้งเป้า 200 ล้าน ปักหมุด New Growth Engine รับตลาดก่อสร้าง 1.41 ล้านล้าน

บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เดินหน้าขยายธุรกิจ “พรีคาสท์” (Precast) หรือแผ่นคอนกรีตสำเร็จรูป สู่ตลาดผู้ประกอบการ (B2B) เต็มรูปแบบ ตั้งเป้ารายได้ปี 2569 แตะ 200 ล้านบาท หวังต่อยอดเป็น “เครื่องยนต์การเติบโตใหม่” (New Growth Engine) ท่ามกลางโอกาสจากอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยที่มีมูลค่ารวมกว่า 1.41 ล้านล้านบาท

นายฐิติพงค์ มงคลปทุมรัตน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส โรงงานผลิตแผ่นคอนกรีตสำเร็จรูป ระบุว่า แนวโน้มต้นทุนแรงงานที่ผันผวนและการขาดแคลนแรงงานฝีมือ กำลังผลักดันให้ระบบพรีคาสท์กลายเป็นทางเลือกหลักของผู้ประกอบการก่อสร้าง เนื่องจากช่วยควบคุมต้นทุนและระยะเวลาก่อสร้างได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ปัจจุบันแสนสิริมีโรงงานพรีคาสท์ 6 แห่งในจังหวัดปทุมธานี กำลังการผลิตรวม 5,000 ยูนิตต่อปี ซึ่งบริษัทเตรียมเปิดศักยภาพดังกล่าวสู่ลูกค้าภายนอกมากขึ้น จากเดิมที่ใช้รองรับโครงการในเครือเป็นหลัก

เจาะตลาด SME ปลดล็อก “No Minimum Order”

กลยุทธ์หลักของบริษัทอยู่ที่การวางตำแหน่งเป็น One-Stop Precast Solution เจาะกลุ่มผู้ประกอบการรายกลางและรายเล็ก (SME) ซึ่งมักเผชิญข้อจำกัดด้านต้นทุนและสภาพคล่อง

โมเดลการผลิตแบบ Mass Customization ที่ไม่มีขั้นต่ำในการสั่งผลิต (No Minimum Order) ถูกใช้เป็นจุดขายสำคัญ โดยช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถปรับแบบก่อสร้างได้ยืดหยุ่น และลดภาระเงินลงทุนล่วงหน้า

ขณะเดียวกัน ระบบพรีคาสท์ยังช่วยลดระยะเวลาก่อสร้างลงราว 40-50% ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความเร็วในการรับรู้รายได้ของโครงการ

ในเชิงกลยุทธ์ บริษัทอยู่ระหว่างการจับมือกับพันธมิตรสถาบันการเงิน เพื่อสนับสนุนสินเชื่อและสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการ ซึ่งอาจช่วยขยายฐานลูกค้าในกลุ่มนักพัฒนาโครงการรายใหม่

พร้อมกันนี้ยังมีแผนขยายตลาดไปยังหัวเมืองหลัก เช่น ชลบุรี พัทยา เชียงใหม่ และภูเก็ต ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อย่างต่อเนื่อง

ดัน Green Precast รับแรงกดดัน ESG

อีกหนึ่งแกนสำคัญคือการพัฒนา Green Precast เพื่อตอบโจทย์แนวโน้มก่อสร้างยั่งยืน (Green Construction) และเงื่อนไขด้านสิ่งแวดล้อมที่เริ่มมีผลต่อการเข้าถึงแหล่งเงินทุน

บริษัทระบุว่า ได้นำเทคโนโลยีปูนคาร์บอนต่ำ และระบบรีไซเคิลมาใช้ในกระบวนการผลิต ซึ่งช่วยลดของเสียได้ถึง 98% และลดการปล่อยคาร์บอนได้ราว 120,000 ตันต่อปี

นอกจากนี้ ยังร่วมวิจัยกับ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ในการพัฒนาพรีคาสท์ผสม “กราฟีน” เพื่อเพิ่มคุณสมบัติด้านการสะท้อนความร้อน ซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนาเชิงเทคโนโลยี

วิเคราะห์: ธุรกิจใหม่ขนาดเล็ก แต่มีนัยเชิงโครงสร้าง

แม้เป้ารายได้ 200 ล้านบาท จะยังถือเป็นสัดส่วนไม่สูงเมื่อเทียบกับรายได้รวมของแสนสิริ แต่การรุกธุรกิจพรีคาสท์สะท้อนความพยายามในการขยายไปสู่ธุรกิจต้นน้ำของอุตสาหกรรมก่อสร้าง

ในระยะยาว โมเดลดังกล่าวอาจช่วยเพิ่มความสามารถในการควบคุมต้นทุน และสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) จากกลุ่มลูกค้า B2B หากสามารถสร้างฐานลูกค้าได้ต่อเนื่อง

แหล่งข่าวในอุตสาหกรรมก่อสร้างระบุว่า ตลาดพรีคาสท์ในไทยยังอยู่ในช่วงเติบโต และมีผู้เล่นที่ให้บริการครบวงจรไม่มากนัก ทำให้ผู้ประกอบการที่มีกำลังการผลิตและเทคโนโลยีรองรับ อาจมีโอกาสสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน

ทั้งนี้ แสนสิริเตรียมนำบริการดังกล่าวไปเปิดตัวในงาน งานสถาปนิก ’69 เพื่อขยายการรับรู้ในกลุ่มลูกค้าองค์กร

Share