MONO ปักธง “Streaming-First” ดัน MONOMAX ฐานผู้ใช้ 3.5 ล้านราย สู่ Streaming Ecosystem เต็มรูปแบบ

 MONO ปักธง “Streaming-First” ดัน MONOMAX ฐานผู้ใช้ 3.5 ล้านราย สู่ Streaming Ecosystem เต็มรูปแบบ

MONO ประกาศยุทธศาสตร์ Streaming-First ภายใต้แนวคิด The Next Chapter หลัง MONOMAX มีฐานผู้ใช้กว่า 3.5 ล้านราย เดินหน้าผสาน Sports Content, Original Content, Technology, Experience และ Partnership สู่ Streaming Ecosystem

MONO เปิดเกมรุกธุรกิจสตรีมมิ่ง ประกาศทิศทาง “Streaming-First” ภายใต้แนวคิด “The Next Chapter” หลัง MONOMAX ขยายฐานผู้ใช้งานแตะกว่า 3.5 ล้านราย ปรับโครงสร้างการขับเคลื่อนทั้งคอนเทนต์ เทคโนโลยี ประสบการณ์ลูกค้า รายได้ และพันธมิตร มุ่งเปลี่ยนจากแพลตฟอร์มรับชมคอนเทนต์ สู่ Streaming Ecosystem ที่ยึดผู้ใช้งานเป็นศูนย์กลาง

ทิศทางของธุรกิจสื่อและความบันเทิงกำลังเปลี่ยนจากการแข่งขันด้าน “จำนวนคอนเทนต์” ไปสู่การแข่งขันด้าน “ประสบการณ์ของผู้ใช้งาน” มากขึ้น ล่าสุด MONO ประกาศก้าวสำคัญของธุรกิจ Streaming ด้วยการวางยุทธศาสตร์ “Streaming-First” ภายใต้แนวคิด “The Next Chapter” หลังแพลตฟอร์ม MONOMAX เติบโตสู่ฐานผู้ใช้งานกว่า 3.5 ล้านราย

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเพิ่มคอนเทนต์บนแพลตฟอร์ม แต่ครอบคลุมการปรับวิธีคิดและการทำงานของทั้งองค์กร ตั้งแต่ Sports Content, Original Content, Growth & Experience, Revenue & Partnership ไปจนถึง Platform โดยกำหนดให้ความต้องการและพฤติกรรมของผู้ใช้งานเป็นจุดตั้งต้นของการพัฒนา

เป้าหมายคือการยกระดับ MONOMAX จากแพลตฟอร์มที่ทำหน้าที่นำเสนอคอนเทนต์ ไปสู่ Streaming Ecosystem ที่เชื่อมโยงคอนเทนต์ เทคโนโลยี ประสบการณ์ และพันธมิตรเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างเหตุผลให้สมาชิกกลับมาใช้งานอย่างต่อเนื่อง

จาก Broadcast สู่ Streaming-First เปลี่ยนวิธีคิดโดยเริ่มจาก “ผู้ใช้”

นวมินทร์ ประสพเนตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการ บริษัท โมโน เน็กซ์ จำกัด (มหาชน) ระบุว่า การก้าวสู่ Streaming-First ไม่ได้หมายถึงเพียงการนำคอนเทนต์จาก Broadcast มาอยู่บนแพลตฟอร์มออนไลน์ แต่เป็นการเปลี่ยนวิธีคิดของทั้งองค์กรให้เริ่มต้นจากผู้ใช้งาน

“จากเดิมที่คิดว่าเรามีอะไรแล้วนำไปให้ผู้ชม เปลี่ยนเป็นคำถามว่า ผู้ใช้งานต้องการอะไร และเราจะทำให้ประสบการณ์ของเขาดีขึ้นได้อย่างไร จากนี้ทั้งคอนเทนต์ เทคโนโลยี ประสบการณ์ และพันธมิตร จะต้องทำงานเชื่อมโยงกัน โดยมีผู้ใช้งานเป็นศูนย์กลาง เพื่อทำให้ MONOMAX เป็นมากกว่าแพลตฟอร์มที่มีคอนเทนต์ให้ดู แต่เป็นแพลตฟอร์มที่สร้างคุณค่าให้กับสมาชิกได้อย่างต่อเนื่อง”

ทิศทางดังกล่าวสะท้อนว่า MONO กำลังวางตำแหน่ง MONOMAX ให้มีบทบาทมากกว่าการเป็นช่องทางรับชมรายการหรือการแข่งขันกีฬา โดยต้องการสร้างความสัมพันธ์กับผู้ใช้งานในระยะยาว ตั้งแต่ก่อนเปิดรับชม ระหว่างการรับชม ไปจนถึงหลังคอนเทนต์หลักสิ้นสุดลง

วาง Sports Content เป็นแม่เหล็ก ดัน MONOMAX สู่ Destination คนรักกีฬา

หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญของ MONOMAX คือการใช้ Sports Content เป็นแกนในการสร้างฐานผู้ใช้งาน โดยวางเป้าหมายให้แพลตฟอร์มกลายเป็นหนึ่งใน Destination ของกลุ่มคนรักกีฬา

แนวทางดังกล่าวไม่ได้เน้นเพียงการเพิ่มจำนวนรายการถ่ายทอดสด แต่ต้องการออกแบบคอนเทนต์ให้สอดคล้องกับความสนใจของแฟนกีฬาแต่ละกลุ่ม ผ่าน 4 เสาหลัก ได้แก่

Premier League, EURO 2028, Volleyball World และ World Cup 2026/2030

พร้อมต่อยอดการแข่งขันสดหรือ Live Match ออกไปสู่คอนเทนต์รูปแบบอื่น ทั้ง Highlights, News, Behind-the-Scenes และ Variety Content

แนวคิดสำคัญคือการขยาย “ช่วงเวลาการรับชม” ให้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะเวลาที่การแข่งขันกำลังดำเนินอยู่ แต่สร้างคอนเทนต์ให้แฟนกีฬาสามารถติดตามได้ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังการแข่งขัน ซึ่งเป็นอีกกลไกหนึ่งในการเพิ่ม Engagement และความถี่ในการกลับเข้ามาใช้งานแพลตฟอร์ม

เชื่อมแฟนกีฬาเข้าสู่ Original Content สร้างเหตุผลให้กลับมาแม้ไม่มี Live Match

อีกโจทย์สำคัญของแพลตฟอร์ม Streaming ที่มี Sports Content เป็นจุดแข็ง คือการรักษาการใช้งานของสมาชิกในช่วงที่ไม่มีการแข่งขันสด

MONOMAX จึงเตรียมเชื่อมฐานผู้ชมจากกีฬาไปสู่ Original Content ภายใต้แนวคิด “Stories You Won’t Find Anywhere Else” โดยเน้นคอนเทนต์ Exclusive ที่มีเอกลักษณ์ของแพลตฟอร์มเอง

การนำเสนอจะถูกออกแบบให้สัมพันธ์กับความสนใจของผู้ใช้งานแต่ละกลุ่ม เช่น แฟนฟุตบอล แฟนวอลเลย์บอล หรือผู้ชมซีรีส์ เพื่อเปิดโอกาสให้สมาชิกค้นพบคอนเทนต์ประเภทอื่นที่อาจตรงกับความสนใจ

หากดำเนินการได้ตามเป้าหมาย โมเดลดังกล่าวจะทำให้ Sports Content ทำหน้าที่เป็นจุดดึงผู้ชมเข้าสู่แพลตฟอร์ม ขณะที่ Original Content ทำหน้าที่ต่อยอดการใช้งานในระยะยาว และลดการพึ่งพาเฉพาะช่วงเวลาที่มีการแข่งขันสด

“72 Hours Content” ยืดประสบการณ์หลังเกม สร้าง Engagement ต่อเนื่อง

ในด้าน Growth & Experience MONOMAX วางแนวทางเปลี่ยนจากการมองผู้ใช้เป็นเพียง “ผู้รับชม” ไปสู่การสร้างการมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่อง โดยนำทั้งข้อมูลการใช้งานและ Feedback ของสมาชิกมาใช้ในการพัฒนาประสบการณ์บนแพลตฟอร์ม

หนึ่งในแนวคิดที่ถูกนำมาใช้คือ “72 Hours Content” ซึ่งต้องการต่อยอดประสบการณ์ของผู้ชมในช่วงหลังการแข่งขัน ผ่านคอนเทนต์ตั้งแต่ Highlights บทวิเคราะห์ และ Original Content ไปจนถึงกิจกรรมอย่าง Fantasy และ MAX ARENA

ขณะเดียวกัน MONOMAX ยังต้องการขยายความสัมพันธ์จากโลกออนไลน์ออกสู่กิจกรรมจริง ผ่าน Watch Party และ Cheer To The Max Trip เพื่อสร้าง Community และเพิ่มความผูกพันระหว่างแพลตฟอร์มกับกลุ่มแฟนกีฬา

กลยุทธ์ดังกล่าวสะท้อนความพยายามในการเปลี่ยน Streaming จากบริการที่ผู้ใช้งานเปิดเข้ามาเฉพาะเมื่อต้องการดูคอนเทนต์บางรายการ ไปสู่พื้นที่ที่ผู้ชมสามารถมีปฏิสัมพันธ์และเข้าร่วมกิจกรรมกับคอมมูนิตี้ที่มีความสนใจร่วมกันได้

เดินเกม Partnership เพิ่ม “คุณค่า” มากกว่าการแข่งขันด้วยราคา

อีกเสาหลักของการสร้าง Streaming Ecosystem คือ Revenue & Partnership ภายใต้แนวคิด “More Value in Every Subscription”

MONOMAX มองว่าความคุ้มค่าของสมาชิกไม่ควรถูกกำหนดด้วยราคาเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมาจากองค์ประกอบร่วมกันทั้งคอนเทนต์ ประสบการณ์ สิทธิประโยชน์ และบริการที่สมาชิกได้รับ

จึงมีแผนขยายความร่วมมือกับพันธมิตร เพื่อเพิ่มช่องทางการเข้าถึง MONOMAX รวมถึงพัฒนาสิทธิประโยชน์ใหม่ และสร้างโอกาสทางธุรกิจที่สามารถสร้างคุณค่าร่วมกันระหว่างสมาชิก พันธมิตร และ MONO

แนวทางดังกล่าวทำให้ Partnership มีบทบาทมากกว่าการเป็นเพียงช่องทางการขาย Subscription แต่ถูกนำมาเป็นส่วนหนึ่งของการเพิ่ม Value Proposition ให้กับสมาชิก

ยกระดับ Platform รองรับผู้ใช้พร้อมกัน เพิ่ม MONOMAX System Status แบบ Real Time

เมื่อคอนเทนต์กีฬาและ Live Streaming เข้ามาเป็นหนึ่งในแกนหลัก ความเสถียรของระบบจึงกลายเป็นปัจจัยโดยตรงต่อประสบการณ์ของผู้ใช้งาน

MONOMAX ระบุว่า จะเดินหน้ายกระดับ Platform และเทคโนโลยี Streaming เพื่อเพิ่มทั้งความเร็ว ความเสถียร และประสิทธิภาพของระบบ รองรับพฤติกรรมการรับชมที่แตกต่างกัน ไม่ว่าผู้ใช้จะรับชมจากสถานที่ใดหรือผ่านอุปกรณ์ประเภทใด

ระบบยังต้องสามารถรองรับการเข้าใช้งานพร้อมกันจำนวนมาก โดยเฉพาะในช่วงการแข่งขันกีฬารายการสำคัญ

นอกจากนี้ ยังเพิ่มความโปร่งใสในการให้บริการผ่าน MONOMAX System Status ซึ่งเปิดให้ผู้ใช้งานสามารถติดตามสถานะของระบบได้แบบ Real Time

จาก “มีอะไรให้ดู” สู่ “ทำไมสมาชิกต้องกลับมา”

การประกาศ Streaming-First ครั้งนี้จึงถือเป็นการวางโจทย์ใหม่ให้กับ MONOMAX

จากเดิมที่แพลตฟอร์ม Streaming อาจแข่งขันกันด้วยคำถามว่า “มีคอนเทนต์อะไรให้ดู” กำลังเปลี่ยนไปสู่คำถามที่สำคัญกว่า คือ “เหตุใดผู้ใช้งานจึงต้องกลับมาใช้แพลตฟอร์มอย่างต่อเนื่อง”

ฐานผู้ใช้งานกว่า 3.5 ล้านราย ทำให้ก้าวต่อไปของ MONOMAX ไม่ได้อยู่เพียงการขยายจำนวนสมาชิก แต่รวมถึงความสามารถในการรักษาผู้ใช้งาน สร้าง Engagement เพิ่มคุณค่าของ Subscription และเชื่อมต่อคอนเทนต์แต่ละประเภทเข้าด้วยกัน

Sports Content จึงไม่ได้ทำหน้าที่เพียงดึงคนเข้ามาดูการแข่งขัน Original Content ไม่ได้มีบทบาทเพียงเพิ่มคลังคอนเทนต์ ขณะที่ Partnership และ Technology ก็ไม่ได้เป็นองค์ประกอบแยกส่วน แต่ทั้งหมดกำลังถูกวางให้ทำงานอยู่ภายใต้ Ecosystem เดียวกัน

นี่คือทิศทางที่ MONO ต้องการใช้พา MONOMAX จาก Streaming Platform ไปสู่ Streaming Ecosystem ที่เข้าใจพฤติกรรมของสมาชิกมากขึ้น และสร้างคุณค่าใหม่ทุกครั้งที่ผู้ใช้งานกลับเข้ามาบนแพลตฟอร์ม

Share