ทรู เปิดศูนย์ BNIC ให้ MEA ดูงาน AI-Big Data ต่อยอดโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ
ทรู คอร์ปอเรชั่น เปิดศูนย์ BNIC ต้อนรับผู้บริหาร MEA ศึกษาการใช้ AI, Big Data และระบบมอนิเตอร์เรียลไทม์ ต่อยอดโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ เสริมความมั่นคงพลังงานยุคดิจิทัล
ทรู คอร์ปอเรชั่น ต้อนรับผู้บริหารการไฟฟ้านครหลวง เยี่ยมชมศูนย์ BNIC แลกเปลี่ยนองค์ความรู้บริหารโครงข่ายขนาดใหญ่ด้วย AI-Big Data หวังยกระดับโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ เสริมความมั่นคงพลังงานยุคดิจิทัล
บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เดินหน้าถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการโครงข่ายอัจฉริยะระดับประเทศ เปิดศูนย์ปฏิบัติการเครือข่ายอัจฉริยะ หรือ Business and Network Intelligence Center: BNIC ต้อนรับคณะผู้บริหารการไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA เข้าเยี่ยมชมและศึกษาดูงาน
การเยี่ยมชมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการพัฒนาและบริหารจัดการโครงข่ายขนาดใหญ่ โดยเฉพาะการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI, Big Data และระบบจัดเก็บข้อมูล เพื่อสนับสนุนการยกระดับโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะของ กฟน. ให้มีความเสถียร แม่นยำ และรองรับความต้องการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องในยุคดิจิทัล
คณะผู้บริหาร MEA นำโดย นายราเชนทร์ อันเวช รองผู้ว่าการเทคโนโลยีดิจิทัลและระบบสื่อสาร การไฟฟ้านครหลวง โดยมี นายกนกศักดิ์ นิ่มนวลรัตน์ หัวหน้าฝ่ายรัฐกิจและสาธารณูปโภค ทรู คอร์ปอเรชั่น พร้อมด้วย นายณัฐภพ สาระเขตต์ หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการโครงข่ายอัจฉริยะ ให้การต้อนรับ
BNIC โชว์ระบบมอนิเตอร์โครงข่ายเรียลไทม์ทั่วประเทศ
ภายในกิจกรรม คณะผู้บริหาร MEA ได้รับฟังการบรรยายเจาะลึกเกี่ยวกับการทำงานของศูนย์ BNIC ซึ่งเป็นศูนย์ปฏิบัติการที่มีศักยภาพในการติดตามและบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายแบบ เรียลไทม์ ครอบคลุมทั่วประเทศ
จุดแข็งของศูนย์ BNIC อยู่ที่การนำเทคโนโลยี AI เข้ามาวิเคราะห์ข้อมูลจากฐานข้อมูลขนาดใหญ่ เพื่อตรวจจับความผิดปกติของระบบ แจ้งเตือนเหตุการณ์ ประเมินแนวทางแก้ไข และสนับสนุนการตัดสินใจของทีมปฏิบัติการได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ
ระบบดังกล่าวช่วยให้การบริหารจัดการโครงข่ายมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดระยะเวลาการตรวจสอบปัญหา เพิ่มความสามารถในการรับมือเหตุขัดข้อง และสนับสนุนการทำงานเชิงรุก ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลยุคใหม่
MEA ต่อยอดองค์ความรู้สู่ Smart Grid
องค์ความรู้จากศูนย์ BNIC จะเป็นส่วนสำคัญที่ MEA สามารถนำไปปรับใช้กับการพัฒนา โครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ หรือ Smart Grid โดยเฉพาะการใช้ข้อมูลแบบเรียลไทม์และระบบวิเคราะห์อัจฉริยะ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการระบบไฟฟ้า
การประยุกต์ใช้ AI และ Big Data จะช่วยยกระดับความแม่นยำของการตรวจสอบสถานะระบบไฟฟ้า เพิ่มขีดความสามารถในการแจ้งเตือนความผิดปกติ และเสริมความมั่นคงของระบบพลังงาน ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อภาคเศรษฐกิจ ภาคธุรกิจ และคุณภาพชีวิตของประชาชน
นอกจากนี้ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างทรู คอร์ปอเรชั่น และ MEA ยังถือเป็นความร่วมมือระหว่างภาคโทรคมนาคมและพลังงาน ที่สามารถต่อยอดไปสู่การใช้พลังงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพในอนาคต


ดิจิทัลอินฟราฯ หนุนเศรษฐกิจยุคใหม่
ปัจจุบันโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมและพลังงานถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล การนำเทคโนโลยี AI, Big Data และระบบมอนิเตอร์เรียลไทม์เข้ามาใช้ จึงไม่เพียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานขององค์กร แต่ยังช่วยสร้างความมั่นคงให้กับระบบสาธารณูปโภคของประเทศ
ศูนย์ BNIC ของทรู คอร์ปอเรชั่น สะท้อนบทบาทของเทคโนโลยีดิจิทัลในการบริหารจัดการโครงข่ายขนาดใหญ่ พร้อมเป็นต้นแบบองค์ความรู้ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับระบบไฟฟ้าอัจฉริยะ เพื่อรองรับความต้องการของประชาชน ธุรกิจ และเมืองอัจฉริยะในอนาคต


