ดี-แลนด์ กรุ๊ป เปิดเกมบ้านเดี่ยวพรีเมียมรับเทรนด์สุขภาวะ ส่ง “ESSENTIA RAMA 2” ปักหมุดพระราม 2
ดี-แลนด์ กรุ๊ป เปิดเกมบ้านเดี่ยวพรีเมียมรับเทรนด์สุขภาวะ ส่ง “ESSENTIA RAMA 2” ปักหมุดพระราม 2
ตลาดบ้านเดี่ยวปี 2569 กำลังส่งสัญญาณเปลี่ยนเกมจากการแข่งขันเรื่องทำเลและขนาดพื้นที่ ไปสู่การพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์ “คุณภาพชีวิต” มากขึ้น สะท้อนได้จากการเปิดตัว “ESSENTIA RAMA 2” ของ ดี-แลนด์ กรุ๊ป โครงการบ้านเดี่ยวระดับพรีเมียมมูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท บนพื้นที่กว่า 43 ไร่ ย่านพระราม 2
การเปิดตัวครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการเพิ่มซัพพลายใหม่เข้าสู่ตลาดบ้านเดี่ยว แต่ยังสะท้อนชัดว่า ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เริ่มขยับจากการขาย “บ้านเพื่ออยู่อาศัย” ไปสู่การขาย “บ้านเพื่อสุขภาวะระยะยาว” รองรับความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองหาความสมดุลทั้งการอยู่อาศัย การพักผ่อน การทำงานที่บ้าน และการใช้ชีวิตร่วมกันของคนหลายเจเนอเรชัน

นายสุเทพ ปัญญาสาคร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ดี-แลนด์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า กลุ่มผู้ซื้อบ้านเดี่ยวในปัจจุบันให้ความสำคัญกับองค์ประกอบรอบด้านมากขึ้น ทั้งความเป็นส่วนตัว พื้นที่สีเขียว คุณภาพอากาศภายในบ้าน ตลอดจนสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมสุขภาพกายและใจ ซึ่งกลายเป็นปัจจัยตัดสินใจสำคัญไม่แพ้ทำเล
โครงการ ESSENTIA RAMA 2 จึงถูกพัฒนาภายใต้แนวคิด “The Essence of Life บ้านที่คิดครบ เพื่อความสุขสบายใจ”โดยชูจุดขายเรื่อง Holistic Wellbeing และการอยู่อาศัยแบบ Longevity Living ผ่านการออกแบบพื้นที่ที่มุ่งตอบโจทย์ชีวิต 4 มิติ ได้แก่ ความสงบ สุขภาวะ ความสัมพันธ์ และความเป็นส่วนตัว
หนึ่งในจุดต่างของโครงการอยู่ที่การให้พื้นที่สีเขียวกว่า 11 ไร่ หรือประมาณ 52% ของพื้นที่โครงการ พร้อมออกแบบภูมิทัศน์เพื่อการอยู่อาศัยเชิงสุขภาวะ และติดตั้ง ระบบ ERV ในทุกยูนิต เพื่อช่วยหมุนเวียนอากาศ ลดฝุ่น PM2.5 ความชื้น และกลิ่นอับภายในบ้าน ซึ่งสะท้อนแนวคิดการพัฒนาที่ให้น้ำหนักกับคุณภาพชีวิตมากกว่าการเพิ่มฟังก์ชันแบบเดิม
อีกมิติที่น่าจับตาคือการเลือกปักหมุดบนทำเล พระราม 2 ซึ่งกำลังถูกมองเป็น Growth Corridor ใหม่ของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตก จากการขยายตัวของที่อยู่อาศัย การเชื่อมต่อเข้าเมืองที่สะดวกขึ้น และความพร้อมของสิ่งอำนวยความสะดวกขนาดใหญ่ ทำให้พื้นที่นี้ไม่ได้ตอบโจทย์เฉพาะคนในย่านอีกต่อไป แต่เริ่มดึงดีมานด์จากครอบครัวรุ่นใหม่และเจ้าของธุรกิจที่มองหาบ้านระดับบนในทำเลที่ยังมีโอกาสเติบโต
สำหรับตัวโครงการพัฒนาเป็นบ้านเดี่ยวสไตล์ Modern Tropical จำนวน 107 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 10-25 ล้านบาท วางตำแหน่งตลาดชัดเจนในกลุ่มครอบครัวกำลังซื้อสูงที่ต้องการบ้านขนาดใหญ่ ฟังก์ชันครบ และบรรยากาศอยู่อาศัยที่ให้ความรู้สึกสงบกว่าบ้านจัดสรรทั่วไป โดยมีกำหนดแล้วเสร็จในปี 2572


ในภาพใหญ่ การเปิดตัวโครงการนี้จึงไม่ใช่แค่ข่าวเปิดบ้านเดี่ยวใหม่ แต่สะท้อนทิศทางการแข่งขันรอบใหม่ของตลาดอสังหาริมทรัพย์ ที่ผู้ประกอบการต้องยกระดับจากการขายโปรดักต์ ไปสู่การขายประสบการณ์อยู่อาศัยและคุณค่าระยะยาวให้กับผู้บริโภคมากขึ้น


