CRC งบปี 2568 รายได้โต 4% แตะ 2.53 แสนล้าน “ปเนต” ย้ำคุมต้นทุน-กระแสเงินสดหนุนฐานแกร่ง ไตรมาส 4 กำไรพุ่ง 17% ชงปันผล 1.11 บาท/หุ้น พ่วงพิเศษขาย Rinascente
CRC งบปี 2568 รายได้โต 4% แตะ 2.53 แสนล้าน “ปเนต” ย้ำคุมต้นทุน-กระแสเงินสดหนุนฐานแกร่ง ไตรมาส 4 กำไรพุ่ง 17% ชงปันผล 1.11 บาท/หุ้น พ่วงพิเศษขาย Rinascente
ท่ามกลางแรงกดดันกำลังซื้อในประเทศชะลอและความผันผวนเศรษฐกิจโลก บมจ.เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น (CRC) ยังรักษาเสถียรภาพผลประกอบการได้ต่อเนื่อง โดย นายปเนต มหรรฆานุรักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการเงิน ระบุว่า บริษัทผ่านโจทย์ “ค้าปลีก-ค้าส่งที่ท้าทาย” ด้วยความแข็งแกร่งของ CRC Ecosystem ภายใต้กลยุทธ์ New Heights, Next Growth ที่วางโครงสร้างธุรกิจแบบ Multi-category / Multi-format ครอบคลุมแฟชั่น ฟู้ด ฮาร์ดไลน์ และพร็อพเพอร์ตี้ ผสานออมนิแชแนล พร้อมเร่งเครื่องด้านประสิทธิภาพ โดยเฉพาะ “การควบคุมต้นทุน-บริหารเงินทุน-กระแสเงินสด” เพื่อรักษาสภาพคล่องและปรับอัตราส่วนการเงินให้ดีขึ้น

รายได้โต แต่กำไรทั้งปีอ่อนตัว—อย่างไรก็ดี Q4 ฟื้นชัด
CRC รายงานผลการดำเนินงานต่อเนื่อง (ไม่รวมประเทศอิตาลี) โดยปี 2568 มี รายได้รวม 253,165 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% YoY ขณะที่ ไตรมาส 4/2568 รายได้ 71,162 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% YoY สะท้อนแรงหนุนจากการขยายสาขาและช่วงไฮซีซันปลายปี
อย่างไรก็ดี ภาพรวมทั้งปียังมีแรงกดดันต่อกำไร โดย กำไรสุทธิหลังรายการปรับปรุงปี 2568 อยู่ที่ 7,432 ล้านบาท ลดลง 6% YoY แต่สัญญาณเชิงบวกกลับมาเด่นในงวดล่าสุด เมื่อ ไตรมาส 4/2568 มีกำไรสุทธิหลังรายการปรับปรุง 2,729 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17% YoY กลายเป็นจุดที่นักลงทุนจับตา เพราะสะท้อน “คุณภาพกำไร” และการเร่งตัวของประสิทธิภาพการดำเนินงานในช่วงปลายปี
ปันผล-ปันผลพิเศษ “ตัวแปรสำคัญต่อมุมมองนักลงทุน”
ประเด็นที่ “ฐานเศรษฐกิจ” มองว่าส่งผลต่อการประเมินมูลค่าหุ้น คือ เงินปันผลและเงินปันผลพิเศษ โดยคณะกรรมการบริษัทมีมติเห็นชอบเสนอผู้ถือหุ้นอนุมัติจ่ายเงินปันผลประจำปี 2568 รวม 1.11 บาทต่อหุ้น แบ่งเป็น
-
ปันผลจากผลประกอบการปกติ 0.53 บาท/หุ้น (จากกำไรสุทธิการดำเนินงานปกติ ไม่นับรวมการด้อยค่าการลงทุนซึ่งเป็นรายการไม่ใช่เงินสดครั้งเดียว)
-
ปันผลพิเศษจากการขายห้าง Rinascente 0.58 บาท/หุ้น (จ่ายครั้งที่ 2)
ทั้งนี้ หากนับรวม ปันผลพิเศษ Rinascente ครั้งที่ 1 ที่จ่ายไปแล้วในปี 2568 อีก 0.70 บาท/หุ้น จะทำให้ ปันผลรวมทั้งก้อนอยู่ที่ 1.81 บาท/หุ้น ซึ่งเป็น “ธีมคืนเงินผู้ถือหุ้น” ที่ช่วยเพิ่มความน่าสนใจในกลุ่มหุ้นค้าปลีกช่วงตลาดผันผวน
ปรับพอร์ตเชิงรุก โฟกัสไทย-เวียดนาม-อาเซียน “ลดสิ่งรบกวน เพิ่มการเติบโต”
CRC ชูไฮไลต์ปี 2568 คือการ ปรับพอร์ตโฟลิโอเชิงกลยุทธ์ โดยให้น้ำหนักกับตลาดหลักศักยภาพสูง ไทย-เวียดนาม-เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อปั้นการเติบโตระยะยาวและต่อยอด Synergy ระหว่างธุรกิจในเครือ โดยมีหมุดหมายสำคัญ ได้แก่
-
เกมสาขา (Network Play): ปรับโฉม เซ็นทรัล บางรัก / ท็อปส์เปิดใหม่ 9 แห่งและยกระดับ 3 แห่งเป็น ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์/ โก โฮลเซลล์ เปิดใหม่ 4 แห่ง / ไทวัสดุ เพิ่ม 3 สาขา
-
เวียดนาม (Growth Play): ขยาย GO! 2 แห่ง รีโนเวต Flagship 2 แห่ง ตั้งเป้ายึดตำแหน่งผู้นำ Family Mall
-
โมเดลธุรกิจใหม่ (New Engine): ออโต้วันเพิ่ม 13 สาขา / ท็อปส์ เดลี่ ไฮบริดผสานหลายหมวดสินค้าเพื่อเพิ่มยอดขายเฉลี่ยต่อวัน / เพาเวอร์บายเปิด “Tech Retail Experience” / โรบินสันไลฟ์สไตล์เพิ่ม Night Markets และ Outdoor zone ดึงทราฟฟิก
-
Data & Loyalty (Margin Play): เร่งฐานสมาชิก The 1 Loyalty Platform ไทยทะลุ 23 ล้านราย และเวียดนามทำได้ 4.3 ล้านรายในเวลาไม่ถึง 2 เดือน (ข้อมูล ณ 31 ธ.ค. 2568) เสริมขีดความสามารถการตลาดเชิงข้อมูลและการบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า
ESG และเงินทุนสีเขียว “ยกระดับภาพหุ้นเชิงคุณภาพ”
บริษัทตอกย้ำแนวทาง “Retail and Wholesale for All” พร้อมเป้าหมาย Net Zero ปี 2593 เดินหน้าเครื่องมือการเงินสีเขียว ทั้ง Green Bond และ Green Loan ควบคู่การยกระดับชุมชนและการกำกับดูแลกิจการ โดย CRC ระบุว่าได้รับรางวัลรวมกว่า 130 รางวัล และได้รับ SET ESG Rating ระดับ AAA ซึ่งสะท้อนภาพหุ้นในมิติ “ความยั่งยืน” ที่นักลงทุนสถาบันให้ความสำคัญ
โฟกัสปี 2569: เร่ง New Heights, Next Growth “วินัยการเงินต้องนำ”
นายปเนต ระบุว่า ปี 2569 CRC เตรียมเร่งเครื่องกลยุทธ์ New Heights, Next Growth เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ของค้าปลีก-ค้าส่ง ควบคู่การรักษาวินัยทางการเงินและการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยหัวใจยังอยู่ที่การเพิ่มขีดความสามารถแข่งขัน รับมือความท้าทาย และสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย


