TRIS คงอันดับเครดิต “SUPER” ที่ BBB รับพอร์ตไฟฟ้าขนาดใหญ่ 1.4 GW–เงินสดมั่นคง หนุนต้นทุนการเงินลด เปิดทางโตธุรกิจ
TRIS คงเรตติ้ง “SUPER” ที่ระดับ BBB ชูพอร์ตไฟฟ้า 1.4 GW–เงินสดมั่นคง ดันต้นทุนการเงินลด
TRIS คงอันดับเครดิต “SUPER” ที่ระดับ BBB แนวโน้มคงที่ ชูพอร์ตโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่และกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง หนุนความน่าเชื่อถือทางการเงิน ด้าน “จอมทรัพย์ โลจายะ” ซีอีโอ ระบุช่วยลดต้นทุนทางการเงิน เร่งขยายการลงทุนเพิ่มกำลังผลิต สร้างรายได้สม่ำเสมอในระยะยาว
บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ประกาศคงอันดับเครดิตองค์กรของ บริษัท ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SUPER ที่ระดับ “BBB” และอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันที่ระดับ “BBB–” พร้อมแนวโน้ม “Stable” โดยพิจารณาจากพอร์ตสินทรัพย์ด้านพลังงานหมุนเวียนที่มีขนาดใหญ่ กระแสเงินสดที่มั่นคงจากสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว และความสามารถในการบริหารภาระหนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี” กับพอร์ตโรงไฟฟ้า 1.4 GW ที่ให้รายได้ต่อเนื่อง
SUPER เป็นหนึ่งในผู้ผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนรายใหญ่ของไทย ปัจจุบันมีโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และพลังงานจากขยะ รวมกำลังการผลิตตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ที่ 2,169 เมกะวัตต์ โดยมีกำลังการผลิตที่เดินเครื่องเชิงพาณิชย์ (COD) แล้ว 1,486 เมกะวัตต์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโซลาร์ฟาร์มที่คิดเป็น 95% ของกำลังผลิต COD ทั้งหมด และมีความเสี่ยงต่ำ
สัญญาซื้อขายไฟของ SUPER ส่วนใหญ่เป็นสัญญาระยะยาวกับหน่วยงานรัฐ เช่น การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และการไฟฟ้าเวียดนาม (EVN) ที่มีอันดับเครดิตระดับ AAA ช่วยให้รายได้ของบริษัทมีความแน่นอนสูง
กลยุทธ์เพิ่มกระแสเงินสด–ลดภาระหนี้
หนึ่งในแผนสำคัญคือการขายสินทรัพย์บางส่วน ได้แก่ โซลาร์ฟาร์มในไทย 98 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าลมในเวียดนาม 50 เมกะวัตต์ ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 1/2569 คาดว่าบริษัทจะได้รับกระแสเงินสดประมาณ 5,000 ล้านบาท และกำไรราว 2,000 ล้านบาท ซึ่งจะนำไปเสริมสภาพคล่องและลดภาระหนี้
นายจอมทรัพย์ โลจายะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SUPER ระบุว่า การคงอันดับเครดิตในระดับ “BBB” ครั้งนี้เป็นสัญญาณบวกที่สะท้อนความเชื่อมั่นจากนักวิเคราะห์และตลาดทุน “นอกจากช่วยลดต้นทุนทางการเงินแล้ว ยังเปิดทางให้บริษัทสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนใหม่ ๆ เพื่อใช้ขยายการลงทุนในพลังงานสะอาดในประเทศและต่างประเทศได้อย่างต่อเนื่อง”
TRIS ประเมินผลประกอบการแข็งแกร่ง 3 ปีข้างหน้า
TRIS คาดว่าในช่วงปี 2568–2570 SUPER จะมีรายได้เฉลี่ยปีละ 8,500 ล้านบาท และมีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ราว 6,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตรากำไร EBITDA ราว 70% ขณะเดียวกันอัตราส่วนหนี้สินต่อ EBITDA จะลดลงเหลือต่ำกว่า 6 เท่า ภายในปี 2570 จากระดับประมาณ 7 เท่าในปี 2568
หนึ่งในปัจจัยบวกคือการชำระหนี้ค้างชำระจาก EVN ที่จะทำให้กระแสเงินสดของบริษัทกลับมาดีขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่งนักลงทุนควรจับตาผลกระทบเชิงบวกต่อผลประกอบการและราคาหุ้นในอนาคต
บทวิเคราะห์: SUPER อยู่ในโหมดปรับฐานเพื่อการเติบโตยั่งยืน
สำหรับนักลงทุนที่สนใจหุ้นในกลุ่มพลังงานสะอาด SUPER ยังคงเป็นหุ้นที่มี “ธีมลงทุน” ที่สอดคล้องกับแนวโน้มโลก โดยเฉพาะเมื่อมองถึงพอร์ตโรงไฟฟ้าที่มีความหลากหลายและโครงสร้างรายได้ที่มั่นคงจากสัญญาขายไฟระยะยาว
แม้ระดับเครดิต “BBB” จะยังอยู่ในเกณฑ์ระดับกลาง แต่แสดงให้เห็นถึงเสถียรภาพของฐานะการเงินและการบริหารความเสี่ยงที่ดี ทั้งนี้หากบริษัทสามารถเดินหน้าขายสินทรัพย์ตามแผน และขยายพอร์ตการลงทุนใหม่ได้ตามเป้าหมาย อันดับเครดิตอาจมีโอกาสได้รับการปรับขึ้นในอนาคต


