LPP เปิดเกมรุกรีแบรนด์บริการ ดัน “UP” ขึ้นแท่น Master Service Brand เจาะตลาด Property Services ครบวงจร ตั้งเป้ารายได้ปี 2569 แตะ 2.2 พันล้าน

 LPP เปิดเกมรุกรีแบรนด์บริการ ดัน “UP” ขึ้นแท่น Master Service Brand เจาะตลาด Property Services ครบวงจร ตั้งเป้ารายได้ปี 2569 แตะ 2.2 พันล้าน

LPP เปิดเกมรุกรีแบรนด์บริการ ดัน “UP” ขึ้นแท่น Master Service Brand เจาะตลาด Property Services ครบวงจร ตั้งเป้ารายได้ปี 2569 แตะ 2.2 พันล้าน

LPP เดินหน้าปรับยุทธศาสตร์ธุรกิจครั้งสำคัญ เปิดตัว “UP” แบรนด์บริการหลักใหม่ในฐานะ Master Service Brand เพื่อยกระดับองค์กรจากผู้เชี่ยวชาญด้านบริหารชุมชน สู่ผู้ให้บริการ Integrated Property Services Ecosystem ครอบคลุมห่วงโซ่บริการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร รับดีมานด์ตลาดที่ต้องการโซลูชันบริหารและดูแลทรัพย์สินแบบครบมิติ พร้อมวางเป้าหมายรายได้ปี 2569 ที่ 2,200 ล้านบาท

การประกาศเปิดตัวแบรนด์ “UP” ของ บริษัท แอล พี พี พรอพเพอร์ตี้ มาเนจเมนท์ จำกัด (LPP) สะท้อนทิศทางการปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งใหญ่ของบริษัท ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย ซึ่งกำลังเคลื่อนจากโมเดลบริการเฉพาะด้าน ไปสู่ความต้องการผู้ให้บริการที่สามารถดูแลสินทรัพย์ได้แบบครบวงจร ตั้งแต่การบริหารชุมชน อาคารสำนักงาน วิศวกรรมอาคาร ไปจนถึงงานเพิ่มมูลค่าทรัพย์สินในระยะยาว

ปรับบทบาทจาก Community Management สู่ Ecosystem บริการอสังหาฯ

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โครงสร้างรายได้และฐานลูกค้าของ LPP มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะการขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่ม Non-LPN ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้บทบาทของบริษัทไม่ได้จำกัดอยู่เพียงบริการ Community Management แบบดั้งเดิมอีกต่อไป แต่ขยับสู่ผู้เล่นในธุรกิจบริการอสังหาริมทรัพย์ที่มีขอบเขตกว้างขึ้นและซับซ้อนขึ้น

นายสุรวุฒิ สุขเจริญสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอล พี พี พรอพเพอร์ตี้ มาเนจเมนท์ จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันลูกค้าต้องการมากกว่าการดูแลอาคารหรือโครงการในเชิงปฏิบัติการ แต่ต้องการความมั่นใจว่าทุกองค์ประกอบของการอยู่อาศัยและการใช้อาคารจะได้รับการบริหารอย่างมีมาตรฐาน ราบรื่น และต่อเนื่องโดยมืออาชีพ

ด้วยเหตุนี้ การเปิดตัว “UP” จึงเป็นการสะท้อนตัวตนใหม่ของ LPP ในฐานะผู้ให้บริการอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร ที่พร้อมตอบโจทย์ทั้งเจ้าของโครงการ นักลงทุน นิติบุคคลอาคาร ตลอดจนผู้ใช้อาคารในภาคธุรกิจและภาคที่อยู่อาศัย

นายสุรวุฒิ สุขเจริญสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอล พี พี พรอพเพอร์ตี้ มาเนจเมนท์ จำกัด
นายสุรวุฒิ สุขเจริญสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอล พี พี พรอพเพอร์ตี้ มาเนจเมนท์ จำกัด

วางโครงสร้างใหม่ “LPP” เป็น Corporate Brand ส่วน “UP” เป็น Master Service Brand

ภายใต้โครงสร้างแบรนด์ใหม่ LPP จะทำหน้าที่เป็น Corporate Brand เพื่อกำหนดทิศทาง กลยุทธ์ และมาตรฐานระดับองค์กร ขณะที่ “UP” จะทำหน้าที่เป็น Master Service Brand รวบรวมทุกกลุ่มบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ให้อยู่ภายใต้แพลตฟอร์มแบรนด์เดียว

แนวคิดหลักของแบรนด์ใหม่ คือ “Smooth Up Your Living” ที่มุ่งยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัยและการใช้งานอาคารให้ราบรื่น ไร้รอยต่อ และมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยต่อยอดจากประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของ LPP ที่สั่งสมในตลาดมากกว่า 34 ปี

การปรับภาพลักษณ์ครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการรีแบรนด์เพื่อการสื่อสารการตลาด แต่เป็นการจัดระเบียบพอร์ตบริการใหม่ให้สะท้อนโมเดลธุรกิจที่เปลี่ยนไป และรองรับการเติบโตของรายได้จากบริการหลายมิติในอนาคต

เปิดพอร์ต 9 บริการหลักภายใต้ “UP” ครอบคลุมทุกมิติอสังหาริมทรัพย์

LPP ระบุว่า ภายใต้แบรนด์ “UP” บริษัทได้วางบริการหลักไว้ 9 กลุ่ม เพื่อรองรับการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์อย่างครบวงจร ได้แก่

1. LIVE UP
บริการบริหารจัดการนิติบุคคลอาคารที่พักอาศัย ทั้งคอนโดมิเนียม อาคารชุด และหมู่บ้านจัดสรร มุ่งเน้นความมั่นคงในการดำเนินงาน ความปลอดภัย และคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัย

2. WORK UP
บริการบริหารจัดการอาคารสำนักงานและอาคารเชิงพาณิชย์ เน้นความพร้อมของระบบอาคาร ลดผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ และยกระดับประสิทธิภาพพื้นที่ทำงาน

3. BOOK UP
บริการบริหารงานขายและให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ ครอบคลุมตั้งแต่การวางกลยุทธ์การตลาด การให้คำปรึกษา ไปจนถึงการปิดการขายและเชื่อมโยงโอกาสเชิงพาณิชย์ให้กับทรัพย์สิน

4. PLAN UP
บริการที่ปรึกษาและพัฒนาโครงการ บริหารโครงการ และควบคุมงานก่อสร้าง เพื่อเพิ่มศักยภาพและมูลค่าทรัพย์สินในระยะยาว

5. BUILD UP
บริการรับเหมาก่อสร้าง ตกแต่ง และติดตั้งระบบประกอบอาคาร พร้อมควบคุมคุณภาพงานและส่งมอบตามกำหนด

6. FIX UP
บริการซ่อมแซมและปรับปรุงอาคารแบบครบวงจร ครอบคลุมทั้งงานโครงสร้าง งานกันซึม งานทาสี และระบบสาธารณูปโภค

7. POWER UP
บริการยกระดับระบบอาคารและพลังงาน ทั้งระบบไฟฟ้าและโซลาร์เซลล์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งาน ลดต้นทุน และสนับสนุนอาคารสู่แนวทางความยั่งยืน

8. SECURE UP
บริการบริหารจัดการระบบความปลอดภัยแบบบูรณาการ ครอบคลุมบุคลากรรักษาความปลอดภัย ระบบควบคุมการเข้า-ออก และศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉิน

9. CLEAN UP
บริการบริหารจัดการความสะอาดครบวงจร สำหรับอาคารสำนักงาน โรงพยาบาล โรงงาน และโรงแรม โดยเน้นมาตรฐานสุขลักษณะและความเหมาะสมกับแต่ละประเภทกิจการ

เชื่อม 9 บริการเป็น Ecosystem เดียว ชู 3 แกนสร้างมูลค่า

LPP วางตำแหน่งให้บริการทั้งหมดทำงานเชื่อมกันเป็น Integrated Property Services Ecosystem เพื่อสร้างคุณค่าให้กับอสังหาริมทรัพย์ใน 3 แกนหลัก ได้แก่

Living Experience ยกระดับประสบการณ์และคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัย
Property Performance เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการและการใช้งานอาคาร
Asset Value รักษาและต่อยอดมูลค่าทรัพย์สินในระยะยาว

โมเดลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ตลาดบริการอสังหาริมทรัพย์กำลังเปลี่ยนผ่านจากการแข่งขันด้านต้นทุน ไปสู่การแข่งขันด้านมาตรฐานบริการ ประสิทธิภาพการบริหาร และความสามารถในการดูแลสินทรัพย์ให้สร้างมูลค่าได้อย่างยั่งยืน

ชู “Service from the Heart” เป็นวัฒนธรรมองค์กรหนุนการเติบโต

แม้จะเร่งขยายพอร์ตบริการและยกระดับแบรนด์ในเชิงยุทธศาสตร์ แต่ LPP ยังคงวางจุดยืนสำคัญไว้ที่แนวคิด “Service from the Heart” หรือการบริการด้วยใจ ซึ่งถือเป็นวัฒนธรรมหลักขององค์กร

บริษัทมองว่า ธุรกิจบริหารชุมชนและอสังหาริมทรัพย์ไม่สามารถพึ่งพาเพียงระบบงานหรือเทคโนโลยี แต่ต้องขับเคลื่อนด้วยบุคลากรที่เข้าใจความต้องการของผู้อยู่อาศัยและผู้ใช้อาคารอย่างแท้จริง เพราะความใส่ใจในรายละเอียดคือปัจจัยสำคัญที่สร้างความเชื่อมั่นระยะยาวให้กับลูกค้า

มองตลาด Property Services ยังขยายตัวต่อ รับความต้องการบริการมาตรฐานสูง

LPP ประเมินว่าตลาด Property Services ในประเทศไทยยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง จากความต้องการของลูกค้าที่มองหาบริการบริหารทรัพย์สินที่มีมาตรฐานสูงขึ้น ครอบคลุมมากขึ้น และสามารถตอบโจทย์การบริหารต้นทุน ควบคู่กับการรักษาคุณภาพอาคารและมูลค่าสินทรัพย์

การเปิดตัว “UP” จึงเป็นกลไกสำคัญในการขยายฐานธุรกิจและยกระดับขีดความสามารถขององค์กร ทั้งด้านบุคลากร เทคโนโลยี และมาตรฐานบริการ เพื่อรองรับการแข่งขันและโอกาสทางธุรกิจในระยะยาว

สำหรับผลประกอบการในปี 2568 บริษัทมีรายได้รวม 1,832 ล้านบาท และคาดว่าโครงสร้างธุรกิจใหม่ภายใต้แบรนด์ “UP” จะเป็นแรงขับสำคัญที่ทำให้รายได้เติบโตสู่ระดับ 2,200 ล้านบาทในปี 2569

นายสุรวุฒิกล่าวทิ้งท้ายว่า บริการภายใต้ “UP” จะช่วยยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ของไทย ให้ทุกความต้องการของผู้อยู่อาศัยและผู้ใช้อาคารได้รับการดูแลอย่างครอบคลุมในทุกมิติ ภายใต้แนวคิด Smooth UP Your Living

Share