SCBX ติด “DJSI” ต่อเนื่องปีที่ 9 คะแนน CSA แตะ 88/100 ตอกย้ำผู้นำ ESG-ฟินเทคไทยบนเวทีโลก

 SCBX ติด “DJSI” ต่อเนื่องปีที่ 9 คะแนน CSA แตะ 88/100 ตอกย้ำผู้นำ ESG-ฟินเทคไทยบนเวทีโลก

SCBX ติด “DJSI” ต่อเนื่องปีที่ 9 คะแนน CSA แตะ 88/100 ตอกย้ำผู้นำ ESG-ฟินเทคไทยบนเวทีโลก

SCBX หรือบริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีทางการเงินชั้นนำของไทย ประกาศความสำเร็จด้านความยั่งยืนระดับสากล หลังได้รับคัดเลือกเป็นสมาชิก Dow Jones Sustainability Indices (DJSI) ประจำปี 2568 ในหมวดธุรกิจธนาคาร ครอบคลุมทั้ง World Index และ Emerging Markets Index ต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 พร้อมถูกบรรจุใน S&P Global Sustainability Yearbook 2026 อย่างเป็นทางการ สะท้อนศักยภาพการขับเคลื่อนองค์กรด้วยแนวคิด ESG ควบคู่นวัตกรรมการเงินแห่งอนาคต

โดยผลการประเมิน S&P Global Corporate Sustainability Assessment (CSA) ปี 2568 ระบุว่า SCBX ได้คะแนน 88/100อยู่ในระดับ Top 10% ของกลุ่มธนาคารทั่วโลก และเป็นคะแนนสูงสุดในอุตสาหกรรมธนาคารไทย (ข้อมูล ณ 11 กุมภาพันธ์ 2569)

นายอาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SCBX ระบุว่า องค์กรเชื่อว่า “นวัตกรรมเทคโนโลยีและการเงินต้องเดินเคียงคู่ความรับผิดชอบ” การติดอันดับใน S&P Global Sustainability Yearbook 2026 และคะแนนที่เพิ่มขึ้นจนอยู่ในกลุ่มผู้นำระดับโลก เป็นเครื่องยืนยันความมุ่งมั่นของกลุ่มในการบูรณาการความยั่งยืนสู่การดำเนินธุรกิจ ทั้งการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ และลดความเหลื่อมล้ำการเข้าถึงบริการทางการเงินผ่านนวัตกรรมดิจิทัล เพื่อสร้างคุณค่าระยะยาวแก่สังคมและโลก

3 แกนความยั่งยืนที่ “วัดผลได้” ของ SCBX

1) Climate Action & Sustainable Finance: หนุนเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำด้วยเงินทุนกว่า 2.23 แสนล้านบาท
SCBX เดินหน้าสนับสนุน การเงินเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Finance) รวม 223,487 ล้านบาท ในช่วง 3 ปี (2566–2568) สูงกว่าเป้าหมายที่กำหนด สะท้อนบทบาทของภาคการเงินในการเสริมความยืดหยุ่นเศรษฐกิจ ท่ามกลางความผันผวนของโลก

ขณะเดียวกัน องค์กรยังลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงาน (Scope 1 และ Scope 2) ได้ 25% เมื่อเทียบปีฐาน 2566 ผ่านการใช้พลังงานหมุนเวียน ปรับระบบปรับอากาศ ใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ติดตั้งโซลาร์ ฯลฯ โดยตั้งเป้าหมาย Operational Net Zero ภายในปี 2573

2) Financial Inclusion: ขยายโอกาส “กลุ่มเข้าไม่ถึงสินเชื่อ” ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล
SCBX เร่งพัฒนาสินเชื่อดิจิทัลเพื่อกลุ่ม Underserved ให้เข้าถึงเงินทุนอย่างเหมาะสม โปร่งใส และรับผิดชอบ ผ่าน 3 แพลตฟอร์มหลัก

  • เงินไชโย (AutoX) สินเชื่อมีหลักประกัน ปี 2568 มีลูกค้า 344,500 ราย ยอดสินเชื่อรวม 47.7 พันล้านบาท

  • MoneyThunder (ABACUS digital) ใช้ AI/ML + Alternative Data ปี 2568 มีฐานลูกค้า 4.7 ล้านคน สินเชื่อคงค้าง 7.3 พันล้านบาท

  • FINNIX (MONIX) สินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ผ่านแอป ปี 2568 มีฐานลูกค้า 1,093,902 คน ยอดสินเชื่อรวมกว่า 17.3 พันล้านบาท

3) Tech Governance & Cybersecurity: ยกระดับการกำกับดูแลเทคโนโลยีตาม Three Lines of Defense
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือการยกระดับการกำกับดูแลเทคโนโลยีและความปลอดภัยไซเบอร์ ตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานด้าน IT ความต่อเนื่องทางธุรกิจ การลดความเสี่ยงข้อมูลรั่วไหล ไปจนถึงการกำหนดบทบาท-ความรับผิดชอบตามแนวทาง Three Lines of Defense เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ผู้มีส่วนได้เสียในระบบดิจิทัลขององค์กร

ESG + นวัตกรรมการเงิน: แรงหนุนคะแนน CSA และการยืนระยะบนดัชนีโลก

ภาพรวมผลลัพธ์เชิงรูปธรรมทั้งด้าน Climate Finance, Financial Inclusion และ Tech Governance เป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการปรับเพิ่มคะแนน CSA รอบล่าสุด จนนำไปสู่การได้รับคัดเลือกใน S&P Global Sustainability Yearbook 2026และการเป็นสมาชิก DJSI ต่อเนื่อง สะท้อนทิศทางของ SCBX ที่ผสาน “เทคโนโลยี-การเงิน-ESG” เพื่อยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมการเงินไทยสู่ระดับสากล

Share