KAMU KAMU รีแบรนด์ใหญ่ ฉลอง 14 ปี ลุยขยาย 300 สาขา ชิงตลาดชานม–กาแฟมูลค่า 2 หมื่นล้าน เจาะ Gen Z – Alpha
KAMU KAMU รีแบรนด์ใหญ่ ฉลอง 14 ปี ลุยขยาย 300 สาขา ชิงตลาดชานม–กาแฟมูลค่า 2 หมื่นล้าน เจาะ Gen Z – Alpha
KAMU KAMU แบรนด์เครื่องดื่มชานมและกาแฟสัญชาติไทย ก้าวสู่ปีที่ 14 ด้วยการรีแบรนด์ครั้งใหญ่ ภายใต้แนวคิดใหม่ “Spark Joy Everyday เสิร์ฟความฟินทุกวันได้ที่คามุ” พลิกโฉมแบรนด์ทั้งภาพลักษณ์ ดีไซน์ร้าน และไลน์ผลิตภัณฑ์ เพื่อสื่อสารความสดใส เข้าถึงง่าย พร้อมขยายฐานลูกค้าสู่กลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่ Gen Z และ Gen Alpha อย่างเต็มตัว ตั้งเป้าเปิดครบ 300 สาขาภายในปี 2571
รีแบรนด์เพื่อขยายการเติบโต
การรีแบรนด์ครั้งนี้สะท้อนการปรับตัวของแบรนด์ต่อบริบทธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ไม่ได้มองหาแค่ “รสชาติ” แต่รวมถึง ประสบการณ์ ความรู้สึก และภาพลักษณ์แบรนด์ ที่สามารถสะท้อนตัวตนและสร้างโมเมนต์แห่งความสุขในทุกวัน
ในโอกาสครบรอบ 14 ปี KAMU KAMU ไม่เพียงเปลี่ยนดีไซน์โลโก้และร้านค้า แต่ยังเปิดตัว เมนูใหม่กว่า 10 รายการ และท็อปปิ้งพิเศษอย่าง “วาราบิโมจิ” ที่ทำสดใหม่ทุกวัน เพื่อเติมเต็มประสบการณ์การดื่มที่สนุก สดชื่น และเคี้ยวได้ตามคอนเซ็ปต์คำว่า “คามุ” ในภาษาญี่ปุ่น ที่หมายถึง “การเคี้ยว”

คำพูดผู้บริหาร: “คุณภาพคือหัวใจที่ทำให้เรายืนหยัด”
นายทินกฤต สินทัตตโสภณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คามุ คามุ จำกัด กล่าวว่า
“ตลอด 14 ปีที่ผ่านมา คามุ คามุ ยึดมั่นในการส่งมอบเครื่องดื่มคุณภาพระดับพรีเมียมในราคาที่เข้าถึงได้ เราใส่ใจในทุกขั้นตอน ตั้งแต่คัดสรรวัตถุดิบสดใหม่ ผลิตแบบวันต่อวัน และไม่มีวัตถุกันเสีย เพราะเชื่อว่านี่คือหัวใจที่ทำให้ผู้บริโภคเชื่อมั่นและกลับมาซื้อซ้ำ”
เขาเสริมว่า แนวคิดในการรีแบรนด์ไม่ใช่แค่เปลี่ยนภาพลักษณ์ แต่คือ จุดเริ่มต้นของการเติบโตระยะยาว ด้วยเป้าหมายขยายร้านสาขาให้ครบ 300 แห่งภายใน 3 ปี เพิ่มยอดขายสาขาเดิม (Same Store Sales Growth) อย่างน้อย 10% ต่อปี พร้อมตั้งงบลงทุน 8 หลัก สำหรับขยายสาขาและปรับดีไซน์ใหม่ให้ทันสมัย
เจาะลึกพฤติกรรมผู้บริโภครุ่นใหม่
จากการศึกษาของแบรนด์ พบว่า กลุ่ม Gen Z และ Early Working Adults คือกำลังซื้อหลักของตลาดเครื่องดื่มในปัจจุบัน โดยมีแนวโน้มบริโภค เครื่องดื่ม Made-to-Order เฉลี่ย 3–4 ครั้งต่อสัปดาห์ เพื่อเติมพลังระหว่างวัน พร้อมมองหาความแปลกใหม่ รสชาติพิเศษ ถ่ายรูปสวย และสามารถสะท้อนสไตล์ของตัวเองได้
เทรนด์ที่มาแรงในตลาด ได้แก่ เครื่องดื่มกลุ่ม ผลไม้, ชาชีส และเครื่องดื่มหลายเลเยอร์ ที่ให้ทั้งความสดชื่นและความพรีเมียมในเวลาเดียวกัน KAMU KAMU จึงพัฒนาเมนูใหม่อย่าง “Flora Tea” (ชาดอกคามิเลียและออสมันตัส), “มัทฉะชาโดะ” และ “Chizu Brûlée” ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายที่ต้องการความสนุก ความสุข และประสบการณ์เฉพาะตัวในทุกแก้วที่ดื่ม
กลยุทธ์การตลาดและการขยายไลน์ผลิตภัณฑ์
KAMU KAMU ยังเปิดตัวแฟลกชิปสโตร์ 2 สาขาใหม่ ได้แก่
-
เซ็นทรัลเวิลด์: ใช้โทนสีทองพรีเมียม พร้อมเมนูเอ็กซ์คลูซีฟ เช่น ไอศกรีมและเบเกอรี่
-
สินธร ทาวเวอร์ (KAMU Coffee Creation): โฟกัสเมนูกาแฟสเปเชียลตี้ เจาะกลุ่มออฟฟิศในย่านธุรกิจ
ไลน์กาแฟถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์การเติบโตที่แบรนด์วางไว้ในระยะยาว โดยยังคงรักษาจุดยืน “เครื่องดื่มคุณภาพสูงในราคาที่จับต้องได้”
ด้านแคมเปญการตลาด KAMU KAMU เปิดตัวแนวคิด “Spark Joy Everyday” ทั้งในช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ โดยจัดกิจกรรมเปิดตัวที่แฟลกชิปสโตร์เซ็นทรัลเวิลด์ ร่วมกับ 2 นักแสดงวัยรุ่น “เพิร์ธ – ธนพนธ์” และ “แซนต้า – พงศภัค” พร้อมเปิดตัวมาสคอตใหม่ “น้องเลม่อน” คู่กับ “น้องคามุ” เพื่อสร้างการจดจำและเชื่อมโยงแบรนด์กับคนรุ่นใหม่

วิเคราะห์แนวโน้มและทิศทางธุรกิจ
แม้ตลาด ชานมไข่มุกและกาแฟในไทย จะมีการแข่งขันสูง แต่ด้วยมูลค่าตลาดกว่า 20,000 ล้านบาท และอัตราการเติบโตเฉลี่ย 7% ต่อปี ยังเปิดโอกาสให้แบรนด์ที่มี ความชัดเจนทางกลยุทธ์ และเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง
คามุ คามุ สามารถรักษาการเติบโตเฉลี่ย 18% ต่อปี และมีการขยาย Same Store Sales อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นตัวสะท้อนความเชื่อมั่นในแบรนด์ และการบริหารคุณภาพอย่างสม่ำเสมอ
ด้วยการรีแบรนด์ที่เชื่อมโยง DNA แบรนด์ญี่ปุ่น+ความเข้าใจคนไทย, การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ต่อยอดจากอินไซต์ผู้บริโภค และกลยุทธ์การตลาดที่เข้าใจยุคสมัย KAMU KAMU มีโอกาสขยับจากแบรนด์ท้องถิ่นสู่ แบรนด์ระดับประเทศ ที่เข้าไปอยู่ในใจผู้บริโภคทุกเจเนอเรชัน
พบกับสาขาโฉมใหม่และเมนูใหม่ได้แล้ววันนี้
พร้อมโปรโมชันพิเศษ: ซื้อ “Camellia Flora Milk Tea (Size L)” รับฟรีอีก 1 แก้ว ทั้งที่หน้าร้าน 190 สาขาทั่วประเทศ และผ่านแอปเดลิเวอรี GrabFood, LINE MAN และ ShopeeFood ถึงวันที่ 21 พฤศจิกายน 2568



